วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ใกล้สอบแล้วจะทำอย่างไรดี


ช่วงนี้มีแต่สอบกับสอบครับ ถ้าอ่านหนังสือแล้วง่วง ควรทำอย่างไร ลองดูนะครับ งุงิ แบ๊ว ๆ : อ่านหนังสือเตรียมสอบ
1 .อ่านหนังสือเตรียมสอบ 
หาสถานที่ที่เราอ่านหนังสือแล้วรู้สือสงบ  เช่น ห้องสมุดน่าจะดีที่สุดน่าครับ

ช่วงนี้มีแต่สอบกับสอบครับ ถ้าอ่านหนังสือแล้วง่วง ควรทำอย่างไร ลองดูนะครับ งุงิ แบ๊ว ๆ : น้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวหวาน ๆ เพิ่มพลังงาน
2. น้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวหวาน ๆ เพิ่มพลังงาน

วิธีอ่านหนังสือย่างไรไม่ให้ง่วง


เคยเป็นมั้ยครับ เวลาอ่านแล้วหลับคาหนังสือไปเลย แต่ไม่ใช่แค่นั้นน่ะครับ บางทีมันก็มาในรูปของ การหลับใน ไม่ใช่เป็นกันได้เฉพาะเวลาขับรถนะครับ สำหรับการอ่านหนังสือคือเราจะสามารถอ่านต่อไปได้ แต่ไม่รู้ตัวว่ากำลังอ่านอะไรอยู่ -*- เหมือนกับละเมอไปน่ะครับ 55+ อันนี้ผมเป็นบ่อย เอิ้กๆ อ่านๆไปเอาแต่ให้จบ แต่ถ้าถามว่าเราอ่านอะไรไปก็ตอบไม่ได้ เพราะฉะนั้นเวลาอ่านๆไปก็พยายามถามตัวเองดูด้วยนะครับว่าเราอ่านอะไรอยู่ -*-

                วิธีการหลีกเลี่ยง “มารความง่วง
  1. หลีกเลี่ยงสถานที่ที่จะนำเราไปสู่การหลับฝันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนอนอ่านหนังสือหรือนั่งอ่านบนเตียงเนี่ยแหล่ะ 55+ เคยเป็นมั้ยครับนั่งอ่านอยู่แล้วไถลไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นท่านอน แล้วก็หลับคาหนังสือไปในที่สุด 55+  เพราะฉะนั้นเป็นไปได้อยู่ห่างจาก เตียง หมอน โซฟา อะไรที่ให้ความรู้สึกนุ่มๆ เคลิ้มๆ หรือสร้างบรรยากาศถึงการหลับนอนอ่ะครับ ทิ้งไปให้หมด 
  2. อ่านในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ เคยเห็นในหนังมั้ยครับที่แบบปิดไฟมืดๆ แล้วเรามานั่งบนโต๊ะ เปิดไฟเหลืองๆ สลัวๆอ่านหนังสือ บางคนคงแบบอย่างนี้อ่ะดีจัดบรรยากาศการอ่านหนังสือให้โรแมนติก 55+ รับรองว่าเราจะได้โรแมนติกกันถึงในฝันแน่นอนครับ เพราะว่าในการอ่านตาของเราต้อง การแสงสว่างที่เพียงพอครับ ถ้าอ่านในที่สลัวๆตาของเราจะต้องทำงานหนัก เมื่ออ่านได้สักพักก็จะเกิดอาการเมื่อยล้าของดวงตา จนต้องหลับเพื่อพักสายตาในที่สุด ดังนั้นถ้าอยากอ่านหนังสือได้นานๆ ต้องอ่านในที่สว่างไว้ครับ 
  3. step by step ครับ 

อาหารที่กินแล้วอารมณ์ดี

อยากให้คนไทยสุขภาพดี แข็งแรงและสดใสอยู่เสมอครับ

         มนุษย์เรานี้ก็ช่างสรรหาวิจัยต่างๆ นานา ถึงขั้นทำวิจัยเรือ่งอาหารกินแล้วอารมณ์ดีเลยนะครับเราคนไทยอยากกินแล้วไม่ค่อยอารมณืดีสักเท่าไรเพราะแต่ละอย่างแพงซะเหลือเกิน
- ปลาซัลมอนและแม็กคาเรล ปลา 2 ประเภทนี้มีโอเมก้า 3 อยู่เยอะมาก ดังนั้นจึงแนะนำกันว่าเป็นอาหารที่เยี่ยมมากสำหรับมื้อดินเนอร์ ที่สำคัญมีการวิจัยมาแล้วว่าโอเมก้า 3 มีผลกับอารมณ์ของคนเรา นอกเหนือจากที่โอเมก้า 3 ช่วยป้องกันโรคหัวใจและมะเร็ง ที่ดีไปกว่านั้นซัลมอนยังเต็มไปด้วยเซเลเนียมที่เป็นสาระสำคัญในการต่อต้าน อนุมูลอิสระด้วย
- คาโนลาออยล์ (Canola Oil) เป็นน้ำมันจากดอกคาโนลาซึ่งกำลังได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเต็มไปด้วยวิตามินอีซึ่งมีผลต่อระดับอารมณ์ของคนเรา แต่ด้วยความที่ในน้ำมันจะมีไขมัน ทำให้แนะนำกันว่าให้รับประทานได้ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม โดยพยายามใช้น้ำมันนี้เวลาคุณทอดปลาซัลมอนหรือทำอาหารสุขภาพรับประทาน
- ผักโขมและถั่วสด ในผักใบสีเขียวเข้มอย่างผักโขมหรือถั่วนั้นมีโฟเลตสูง ซึ่งช่วยให้อารมณ์ของคนเราอยู่ในระดับปกติ เนื่องจากโฟเลตมีส่วนสำคัญในการสร้างเซโรโทนิน นอกจากนั้นการรับ ประทานถั่วยังได้รับวิตามินซีและไฟเบอร์ด้วย แต่มีคำแนะนำว่าถั่วกระป๋องจะมีสารอาหารน้อยกว่าถั่วสด ดังนั้นถ้าเป็นไปได้คุณควรเลือกรับประทานถั่วสด ๆ เพื่อสารอาหารที่เต็มที่…ผสมถั่วลงในทูน่าสลัด หรือเพิ่มผักใบเขียวในชามสลัดของคุณก็จะเป็นมื้ออาหารที่ไม่เลวเลยทีเดียว
- ถั่ว Chickpeas เป็น อาหารที่มีโฟเลตสูงแต่ไขมันต่ำ และสำหรับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์สามารถที่จะทานถั่วชนิดนี้แทนได้ เพราะ มีโปรตีนอยู่สูง แถมมีรสอร่อย นอกจากนั้นชิกพียังมีไฟเบอร์, ไอออน และวิตามินอีอยู่เยอะ มีคำแนะนำการประกอบอาหารง่าย ๆ จากถั่วชิกพีมาด้วยว่า ให้นำชิกพีกระป๋องมาเทเอาน้ำออก ผสมกระเทียมสับใส่ลงไป ใส่น้ำมะนาว และน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันคาโนลา ปั่นในเบลนเดอร์หรือเครื่องผสมอาหาร เติมเกลือพริกไทยหรือเครื่องปรุงรสที่ชอบ แค่นี้ก็จะได้อาหารสุขภาพที่นำมาจิ้มรับประทานกับผักสดได้อร่อย
- ไก่ เป็น อาหารที่มีวิตามินบี 6 อยู่มาก ซึ่งโดยหลักแล้วจะช่วยสร้างเซโรโทนินขึ้นในร่างกายของเรา นอกจากนั้นในไก่ยังเป็นแหล่งของเซเลเนียม วิตามินและสารอาหารอื่น ๆ ด้วย เพียงแต่ต้องคำนึงถึงนิดหนึ่งว่าการรับประทานหนังไก่จะช่วยเพิ่มไขมันให้กับ เราไม่น้อยเช่นกัน ฉะนั้นเลือกรับประทานอกไก่ที่ปราศจากหนังดีกว่าค่ะ เพราะให้พลังงานเพียง 106 แคลอรี/3.5 ออนซ์ (ประมาณครึ่งอก) เท่านั้น

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิธีการเตรียมตัวก่อนสอบจ้า

1. ทบทวน ท่อง ทฤษฎีบทหรือนิยาม ของบทเรียนที่จะมีการสอบให้ได้อย่างขึ้นใจ ชนิดที่ว่าแม้พิสูจน์โจทย์ข้อสอบนั้นไม่ได้ แต่ก็ยังสามารถแสดงความสัมพันธ์ของโจทย์กับทฤษฎีบทหรือนิยามนั้น ๆ ให้อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบอ่านได้อย่างถูกต้อง รับรองว่าต้องได้คะแนนข้อนั้นอย่างแน่นอน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับลายมือผู้สอบจะเขียนได้สวยแค่ไหน
2. ทบทวนแบบฝึกหัดทุกข้อ ที่อาจารย์ผู้สอนชอบย้ำนักหนาในห้องว่า “ข้อสอบก็ออกในแนวนี้ละ” หรืออาจารย์บางท่านก็พูดย้ำตรง ๆ เลยว่า “ข้อนี้ออก…………นะ” ดังนั้นเวลาเรียนถ้าเจออาจารย์พูดแบบนี้ ก็อย่าลืมเอาปากกาแดงทำ * กา ไว้ที่แบบฝึกหัดข้อนั้นให้ใหญ่ ๆ เลยทีเดียว รับรองไม่พลาด ถ้าข้อไหนทวนหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ให้ฝึกเขียนหลาย ๆ ครั้งจนจำขึ้นใจ
3. เตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จะใช้ในการสอบให้พร้อม ข้อนี้สำคัญมากนะเพราะจะได้ไม่ต้องไปยืมชาวบ้านเค้า และต้องเข้านอนแต่หัวค่ำทำใจให้ผ่องใส อย่าลืมสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิทำใจนิ่ง ๆ ว่าง ๆ ก่อนนอนสัก 5 นาที จะทำให้ใจสงบและหลับอย่างเป็นสุข พร้อมจะเผชิญอุปสรรคของวันใหม่
4. ตื่นนอนตี 5 ของวันใหม่ ล้างหน้าล้างตาให้สดใส ทบทวนเนื้อหาทั้งหมด ตลอดจนทฤษฎีบท แบบฝึกหัด (ที่ทบทวนไปเมื่อวาน) โดยอ่านแบบผ่าน ๆ สายตา ความเงียบสงบของเช้าตรู่จะช่วยให้จำได้ดี

วิธีการลับสมองให้ฉลาดอย่างง่ายๆ


วิธีการลับสมองให้ฉลาดอย่างง่ายๆ




วิธีการลับสมองให้ฉลาดอย่างง่ายๆ

 







       สมองของคนเรามีน้ำหนักประมาณเพียง 1.4 กิโลกรัม แต่นับว่าเป็นอวัยวะส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของร่างกาย เพราะหากสมองไม่ทำงาน เราจะกลายเป็นเจ้าหญิงหรือ เจ้าชายนิทราไปโดยปริยาย โรคที่นับว่ากำลังสร้างสถิติการตายมาเป็นอันดับต้นๆ ในเวลานี้ คือโรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม กล่าวกันว่า คนอเมริกันใน 8 คนจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ 1 คน นอกเหนือจากการออกกำลังกายที่จะมีส่วนช่วยแล้ว ยังมีวิธีการลับสมองที่ช่วยในการพัฒนาความจำอย่างง่ายๆที่ใครๆก็สามารถทำได้ดังนี้    
       การลับสมองส่วนความจำ 
สมองส่วนนี้จะทำหน้าที่ในการควบคุมกิจกรรมความจำทั้งหมด รวมถึงการอ่าน การมีเหตุผล การคิดไตร่ตรอง การสืบค้น และการตัดสินใจ เมื่อเราเริ่มมีอาการหลงลืม หรือมีการตัดสินใจผิดพลาด เราควรเริ่มการฝึกสมอง วิธีการง่ายๆที่จะช่วยคือ การหยิบสิ่งของในที่มืด การปิดไฟเข้าห้องน้ำ การแต่งตัวในที่มืด การรับประทานอาหารโดยใช้มือที่ไม่ถนัด หรือการเลือกฟังเพลงที่ไม่เคยได้ยินเนื้อร้องมาก่อน แล้วหัดร้องตามไปจนร้องได้ เพราะไม่แต่เพียงฝึกความจำเท่านั้น ยังเป็นการสร้างความสุขให้กับสมองด้วยเพราะสารเอ็นโดฟินหรือสารแห่งความสุขจะหลั่งออกมาด้วยในเวลาเดียวกัน    
       การลับสมองส่วนภาษา
หรือสมองส่วนการเรียนรู้ทั้งความจำและความเข้าใจด้านหลักภาษา คำศัพท์ หลักไวยากรณ์ และความคล่องตัวในการใช้ภาษา วิธีการง่ายๆที่จะฝึกสมองส่วนนี้คือ หากเราชอบอ่านหนังสือพิมพ์ ลองเปลี่ยนเป็นนิตยสารบ้าง หรือเปลี่ยนจากคอลัมน์ที่เคยอ่านเป็นประจำเป็นคอลัมน์อื่นๆบ้าง เช่น ชอบอ่านคอลัมน์การเมือง อาจเปลี่ยนเป็นคอลัมน์สุขภาพบ้าง เป็นต้น การอ่านป้ายโฆษณา หรือ จากถุงใส่ของกลับบ้าน ก็นับว่าเป็นวิธีเพิ่มพูนทางภาษาที่สนุกไม่ใช่น้อย การดูทีวี ที่มีสองภาษา หากอ่านคำแปลที่กำกับมาด้วย ก็นับว่าเป็นวิธีที่น่าสนใจเพราะนอกจากจะได้รับความรู้เพิ่มเติมแล้ว ยังช่วยเพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆและเรียนรู้วิธีการเขียนที่แตกต่างกันอีกด้วย
    
       การลับสมองส่วนสมาธิ
สมองส่วนสมาธินี้จะควบคุมและสั่งการให้เราสามารถทำภารกิจหลายๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน หรือถ้าในขณะที่ทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง หากมีสิ่งใดมาขัดจังหวะหรือรบกวน สมองส่วนนี้ก็จะมีหน้าที่ให้เราสามารถทำกิจกรรมนั้นๆ ให้ลุล่วงไปได้ วิธีการลับสมองส่วนนี้คือการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันที่เคยทำเป็นประจำ เช่น จัดห้องครัวใหม่ เปลี่ยนที่วาง จาน ช้อนส้อมที่ใหม่ แล้วฝึกสมองให้สามารถจำที่ใหม่ได้ หรือการบวกลบเลขท้ายรถของรถคันข้างหน้า ในขณะที่ขับรถ เป็นต้น    
       การลับสมองด้านการมองเห็น และมิติสัมพันธ์
 คือสมองส่วนทิศทางและการสังเกตนั่นเอง วิธีง่ายๆในการลับสมองส่วนนี้คือ เมื่อไปเที่ยวสถานที่ใดที่หนึ่ง ให้จดจำว่าเราเดินไปที่ใดก่อน และทำกิจกรรมอะไรที่ใดบ้าง และเมื่อเรากลับออกมาเราเดินออกประตูไหน หลังจากนั้นเมื่อกลับไปสถานที่เดิมนั้นอีกให้ทำกิจกรรม ก่อนหลังตามลำดับอย่างที่เคยทำมาในครั้งที่มาครั้งแรกเป็นต้น หรือในขณะทีกำลังรอเพื่อน ให้ฆ่าเวลา โดยการมองไปข้างหน้าโดยใช้เวลาประมาณ2-3นาที แล้วเขียนลงบนกระดาษว่าเราเห็นสิ่งใดบ้าง คว่ำกระดาษที่เขียนลงแล้วลองเขียนอีกครั้งดูสิว่าจะได้ครบตามจำนวนเดิมหรือไม่    
       การฝึกสมอง โดยวิธีการลับสมองนั้นเป็นวิธีสร้างและขยายเซลล์ต่างๆในสมอง ให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และเชื่อมโยงประสานสัมพันธ์กัน เป็นการเพิ่มรอยหยักให้สมองอย่างมีประสิทธิภาพ ลองฝึกทำดูนะคะ เพราะหากรอยหยักในสมองเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ ก็หมายความว่าเราฉลาดมากขึ้นเท่านั้น

9 เทคนิคการฝึกสมองให้ฉลาดอยู่เสมอ

สมองคือส่วนสำคัญที่สุดของคนในการคิด ฝึกหัด กลั่นกรองข้อมูลข่าวสารเรื่องราวต่างๆ หากสมอง

ควันธูปภัยร้ายใกล้ตัว


ธูปทำมาจากขี้เลื่อย กาว น้ำมันหอมสกัดจากพืช ใบไม้ เปลือกไม้ รากไม้ เมล็ดพืช เรซิน และสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมพอกอยู่บนก้านไม้
ธูปมีหลายรูปแบบ หลายขนาด ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่มาก ๆ สามารถเผาไหม้หมดได้ในเวลา 20 นาที ถึง 3 วัน 3 คืนก็มี คาดว่า มีคนจุดธูปทั่วโลกปีหนึ่ง ๆ เป็นหมื่น
ถึงแสนตัน
การเผาไหม้ของธูปจะปล่อยสารต่าง ๆ มากมาย มีทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ มีเทน และสารก่อ
มะเร็งหลายชนิด เช่น สาร PAH ซึ่งพบว่า มีความสัมพันธ์กับมะเร็งปอด ผิวหนัง และกระเพาะปัสสาวะ , สารเบนซีน สัมพันธ์กับมะเร็งเม็ดเลือดขาว และสาร 1,3-บิวทาไดอีน
สัมพันธ์กับมะเร็งของระบบเลือด
นอกจากควันธูปเป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญในบ้าน อาคาร สถานที่ทำงาน วัด และศาลเจ้าที่มีการจุดธูปแล้ว การจุดธูปยังถือเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมในกิจวัตร
ประจำวันของมนุษย์ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนด้วย
การจุดธูปเป็นวัฒนธรรมที่มีรากฐานจากความเชื่อที่มีมาแต่โบราณสืบทอดต่อ ๆ กันมาว่า ทำให้สิ่งที่เราสักการะรับทราบถึงการกระทำของเรา การจุดธูปนั้นก่อให้เกิด
ความสุขทางจิตใจ แต่สิ่งที่เราคาดไม่ถึงคือ การส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน และอาจทำให้เกิดโรคมะเร็ง
เราควรจะปรับเปลี่ยนความเชื่อและพฤติกรรมนี้ใหม่ โดยหันมาคำนึงถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและตัวเรา ด้วยการรณรงค์ให้ทั่วโลกลดการจุดธูปโดยเริ่มจากคนไทยก่อน
ทางเลือกใหม่…ใส่ใจสุขภาพ
1.ใช้ธูปที่มีขนาดสั้นลง หรือเป็นแบบชนิดไฟฟ้า
2.หากจำเป็นต้องจุดธูป ควรตั้งกระถางธูปไว้ภายนอกอาคารที่อากาศถ่ายเทสะดวก
3.จุดธูปแล้วรีบดับ โดยจุ่มลงในน้ำหรือทราย
4.อาจสักการะได้โดยการพนมมือ หรือถือธูปไว้ แต่ไม่จุด แล้วระลึกถึงสิ่งที่เราจะสักการะ
5.การไหว้พระออนไลน์ ซึ่งเราสามารถจุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ ปิดทองพระ ท่องบทสวด ภาวนาจิตผ่านทางคอมพิวเตอร์ได้
หากทุกคนช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราก็เป็นคนหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยในการลดการปลดปล่อยมลพิษ และก๊าซเรือนกระจก
ลดภาวะวิกฤติโลกร้อน และยังช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งลงได้

 ที่มา: www.xn--q3ctbz5akd1duhna.com/


วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

วันตรุษจีน 2554 chinese new year 2011

เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2554 ตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554

chinese new year 2011

“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

ซินเจิ้งหรูอี้ ซินเหนียนฟาไฉ”

ปีใหม่ขอให้ทุกอย่างสมหวัง ปีใหม่ขอให้ร่ำรวย


นับเป็นประเพณีนิยม ในวันตรุษจีน ที่เป็นวันขึ้นปีใหม่ของชนชาติจีนแผ่นดินใหญ่และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน นั่นแสดงว่าเป็นสัญญาณอันดีที่จะมีงานรื่นเริง การสวมใสเสื้อสีแดงสด อันเป็นสีที่เป็นศิริมงคลของพี่น้องชาวจีน อาจจะบอกดว่าเป็นวันครอบครัว ที่จะได้พบปะสังสรรค์ กินเลี้ยงอย่างมีความสุข
…อันเป็นวันที่เปี่ยมไปด้วยการให้ทาน การทำบุญทำกุศล หรือแม้กระทั่งที่วัดจีนประชาสโมสร ก็มีการจัดกิจกรรมสวดมนต์ทำทานในวันขึ้นปีใหม่ นำมาซึ่งความปิติ-มีความสุขเปี่ยมล้น มีผลทำให้มีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต ทำงาน-ค้าขายให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป…

http://www.bloggang.com/data/saladang/picture/1171699155.gif
เทศกาลจีนมีอยู่มากมาย ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของจีน เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจีน

จุติ ลากเอไอเอสขึ้นเขียงรับตรุษจีน

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)
ไอซีที ชงมาตรา 22 ทั้งของเอไอเอส ดีแทค และมาตรา 13 ของทรูมูฟเข้าครม.วันที่ 1ก.พ.นี้ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสัญญาซื้อกิจการฮัทช์ภายใน 15 วัน 
     
       นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ในวันที่1ก.พ.นี้ได้มีการนำเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาของคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(เอไอเอส) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และคณะกรรมการมาตรา 13 เกี่ยวกับการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ที่รัฐควรจะได้รับของบริษัท ทรูมูฟ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
     
       'เรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าความเสียหายผมจำไม่ได้ แต่ยืนยันว่าจะเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ครม.แน่นอน แม้จะมีกระแสว่ามีบางคนพยายามที่จะดึงเรื่องนี้ออกจากวาระการประชุม'
     
       นอกจากนี้ รมว.ไอซีทียังเตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำสัญญาระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม กับ ทรูมูฟ กรณีเข้าซื้อบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย (ฮัทช์) เพราะถูกมองว่าไม่มีความโปร่งใสและเร่งรีบเซ็นสัญญา ส่งผลให้คณะทำงานเพื่อพิจารณารายละเอียดของสัญญาการดำเนินการต้องลาออก 17 คน
     
       ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวจะตั้งขึ้นภายใน 15 วัน หลังจากบอร์ดกสท และนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท เข้ามาชี้แจง ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 1 หรือ 2 ก.พ.นี้จากกำหนดเดิมที่ต้องเข้าชี้แจงในวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากนายจิรายุทธต้องทำความเข้าใจกับพนักงานก่อน
     
       นายจุติยืนยันว่าไม่เคยได้รับรายงานเรื่องการเซ็นสัญญาระหว่าง กสท กับกลุ่มทรูจากจิรายุทธ เพราะติดต่อโดยตรงกับประธานบอร์ด คือนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณเท่านั้น จึงไม่เคยทราบเรื่องนี้ ส่วนการเดินทางไปประเทศฮ่องกงที่มีกระแสข่าวออกมาว่าไปพบกับนายธนินท์ เจียรวนนท์นั้นไม่เป็นความจริง
     
       'ไปฮ่องกงผมไปเที่ยวส่วนตัวและคุณธนินท์เองก็ให้สัมภาษณ์แล้วว่าอยู่ที่เมืองไทยในช่วงเวลานั้น'
     
       สำหรับการตั้งคณะกรรมการครั้งนี้ รมว.ไอซีทีย้ำว่า ไม่มีผลกับตำแหน่งของนายจิรายุทธแน่นอน แต่ในฐานะที่ไอซีทีเป็นหน่วยงานต้นสังกัดต้องการให้เรื่องนี้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมถึงชี้แจงต่อสาธารณะได้ด้วย เพราะหากตรวจสอบแล้วมีผลทำให้สัญญาการซื้อขายครั้งนี้ต้องเปลี่ยนแปลงก็เป็นเรื่องที่ต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง
     
       'ให้คุณจิรายุทธทำอย่างสบายใจได้ไม่มีผลกับตำแหน่งแน่นอน'
ที่มา:    bcoms.net

ปีชง 2554 และวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา

ปีชง 2554 และวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา



ดูดวง



ปีชง ปี2554 และวิธีแก้ชง ปรับดวงชง เสริมดวงชะตา (เผยแพร่ติดต่อกันเป็นปีที่ 12) (Turtlebiz )
             ปีพ.ศ.2554 นี้เป็นปีเถาะ (กระต่ายทองคำ : ซิ้งเบ้า)
             ตามประเพณีการไหว้องค์ไท้ส่วย หรือไท้ส่วยเอี๊ยเป๋าส่วยกุงเผ่งอัง ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ (ตรุษจีน) ของทุก ๆ ปี หรือที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันดีในนามของ "เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา" นี้ เป็นเทพผู้ทรงสิทธิ์ และมีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในแต่ละปี อีกทั้งเป็นเคล็ดลับวิชาของซินแสจีนโบราณ ที่ยึดหลักการคำนวณและผูกดวงจีน ตามหลักของโป๊ยหยี่ซี้เถียว มาจากการคำนวณหาราศีบนเทียงถัง 10 ตัว มาผสมกับราศีล่าง (ตี่กี่) หรือ 12 นักษัตร ซึ่งไล่เรียงจับคู่กันได้ 60 คู่ เรียกว่า "หลักจับก๊ะจื้อ" โดยในรอบ 60 ปี จึงจะเวียนมาบรรจบครบรอบกัน 1 ครั้ง

             ในรอบ 60 ปีนี้ จะมีเทพเจ้าไท้ส่วยประจำอยู่ในแต่ละปี ซึ่งจะมีชื่อเรียกขานต่าง ๆ กัน รวมกันได้ทั้งสิ้น 60 องค์ ทำหน้าที่รักษาและคุ้มครองดวงปี หรือที่เรียกว่า "เฝ้าปี"

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

มหัศจรรย์ 3G TOT

       ลุ้นระทึก ในช่วงโค้งสุดท้าย สำหรับการตรวจเอกสาร 4 กลุ่มที่ยื่นข้อเสนอประมูล 3G TOT 1.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 1.กลุ่มเอยู คอนซอร์เตียม ซึ่งประกอบด้วย บริษัทแอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (ไอไอที) บริษัทยูเทล และบริษัทอัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) 2.เอสแอล คอนซอร์เตียม ประกอบด้วย บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น บริษัทล็อกซเลย์ บริษัทโนเกีย-ซีเมนส์ และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ( ประเทศไทย) 3.กิจการร่วมค้า อีริคสัน ซึ่งมีบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย กับบริษัทเอเอส แอสโซซิเอทและ4.แซดทีอี คอนซอร์เตียม ซึ่งมีบริษัทแซดทีอี กับบริษัทฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น ซึ่งผลสรุปว่าใครผ่านใครตก จะถึงมือกจญ.ทีโอทีในวันที่ 18 ม.ค.นี้
      
       แว่วว่างานนี้ฟอร์ทกับแซดทีอี คงตกเงื่อนไขด้านเทคนิคในส่วนของอุปกรณ์ แน่นอนไม่ควรจะมีใครช่วยได้ และอีกกลุ่มน่าจะเป็นอีริคสันกับเอเอส แอสโซซิเอท หลังตรวจพบว่าไม่มีแคตตาล็อกอุปกรณ์ เงื่อนไขด้านไฟแนนซ์ ผิดพลาด และยังระบุอีกว่าหากเกิดกรณีพิพาทจะขึ้นศาลต่างประเทศไม่ใช่ศาลไทย ซึ่งน่าจะตกในสาระสำคัญของเงื่อนไขการประมูล
      
       แต่อย่างว่าสำหรับการประมูลโครงการขนาดใหญ่ ผู้มีบารมีพยายามสั่งการให้ช่วยอีริคสันให้ได้ เพราะเห็นใจที่ก่อนยื่นข้อเสนอต้องเปิดสถานทูตทำงานทั้งเสาร์-อาทิตย์ เพื่อรับรองความถูกต้องเอกสารให้ทันยื่นประมูล ซึ่งหากดูตามเนื้อผ้าแล้วโครงการ 3G ควรเหลือ 2 กลุ่มเคาะราคา อี-ออกชั่นชิงชัยกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะมีกม.รองรับว่าสามารถดำเนินการได้
      
       แต่ไอ้เรื่องพยายามดันให้อีริคสันผ่าน หรือ ให้ทั้ง 4 กลุ่มผ่านหมด เพื่อเคาะราคา น่าจะทำได้ยากกว่า และอาจอื้อฉาว ประมูลไม่เสร็จทันใจก็ได้ ใครจะไปรู้
  ที่มา : manager.co.th

วันอังคารที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2554

โครงการยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาเติบโตในศตวรรษที่ 21

ในขณะที่หลายประเทศกำลังจับตามองยักษ์ใหญ่อย่างจีนซึ่งกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจและกลายเป็นมหาอำนาจที่สำคัญในเศรษฐกิจโลก มหาอำนาจอย่างญี่ปุ่นกลับมองเห็นอนาคตที่ไม่สดใสและรู้สึกถึงการเข้าสู่ช่วงขาลงของอำนาจทางเศรษฐกิจของตนในโลก ตรงกันข้ามกับจีน ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นขาดปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดและประชากรในวัยทำงานมีจำนวนลดลงในขณะที่ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องรับภาระจ่ายเงินบำนาญให้กับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1 ล้านล้านเยน โดยคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรที่มีงานทำของญี่ปุ่นจะลดลงเหลือ 61 ล้านคน ในขณะที่จำนวนประชากรที่ไม่มีงานทำจะเพิ่มขึ้นเป็น 45 ล้านคน (ในจำนวนนี้ 40 ล้านคนเป็นผู้สูงอายุและสตรี โดยที่เหลือเป็นกลุ่มผู้ตกงาน) หรือมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากร ทั้งประเทศ ปัญหาด้านเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างมาก เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประสพในปัจจุบันรัฐบาลญี่ปุ่นได้วางยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อฟื้นฟูให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโต และใช้ชื่อว่า “New Growth Strategy” (ยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่) โดยตั้งเป้าหมายในภาพรวมให้ภายในปี 2020 ญี่ปุ่น

บรรลุผลทางด้านเศรษฐกิจและการจ้างงานดังนี้

ครม.อนุมัติให้ กสท.ลงทุน 2.7 พันลบ.ทำโครงการเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ อนุมัติให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม(CAT) ดำเนินโครงการเคเบิลใต้น้ำใยแก้วอ่าวไทย วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 2,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นการว่าจ้างจากบริษัท เชฟรอน
โครงการดังกล่าวจะช่วยในการลดความเสี่ยงของการส่งผ่านข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วสร็จภายใน 2 ปี ตามนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ

ที่มา:ryt9

ซิป้า จัดงานแถลงข่าว “SIPA ก้าวใหม่ Beyond ICT New Landscape ”

กำหนดการแถลงข่าว “ SIPA ก้าวใหม่ Beyond ICT New Landscape ”
วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
เวลา 13.30-16.00 น.
โรงแรมเรอเนซองส์บางกอก ราชประสงค์
13.30-14.00 ลงทะเบียน
14.00-14.15 “ SIPA ก้าวใหม่ Beyond ICT New Landscape ”
โดย ดร.ศุภชัย ตั้งวงศ์ศานต์ ประธานกรรมการบริหาร SIPA
14.15-15.15 เวทีสนทนา “รุกอย่างไร ชนะได้อย่างไร ในปี 2011”
  • คุณสันติ สุรรัตน์ รักษาการผู้อำนวยการ SIPA๘๔ โครงการ ๘๔ พรรษา มหาราชันย์
  • น.ต.ดร.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี SIPA
-ปั้นคนไอที ป้อนตลาดภูมิภาค
โครงการ 1,000 โปรแกรมเมอร์นำร่องผลิตคนเพื่ออนาคต
  • คุณสุวิมล เทวะศิลชัยกุล รองผู้อำนวยการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ SIPA
  • เมล็ดพันธุ์ธุรกิจซอฟต์แวร์จากงาน SoftEx@SIPA จะโตอย่างไรในตลาด ICT
  • ดร.นิรชราภา ทองธรรมชาติ รองผู้อำนวยการการตลาดต่างประเทศ SIPA
เป้าหมายของการสร้างผู้ประกอบการไทยให้เป็น Regional Leader
15.15-16.00 ตอบข้อซักถาม
16.00 ถ่ายภาพร่วมกัน

      ที่มา:newswit

การจัดงานมหกรรม ICT 2011





ในที่สุดก็ได้กำหนดวันจัดงาน "มหกรรมประกวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 10"หรือ "Thailand ICT Contest Festival 2011" โดยในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2554ณ ไอส์แลนด์ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ถนนรามอินทรา กทม. จัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

       นาทีนี้ไม่รู้ว่าวันศุกร์ที่ 28 ม.ค.ทีโอทีจะได้เคาะราคาประมูลโครงข่ายมือถือ 3G หรือไม่ หลังคนที่ถูกปรับให้ตกเพราะผิดเงื่อนไขด้านเทคนิคพาเหรดออกมาแถลงขู่จะฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราวชะลอการประมูล 3G ทีโอทีออกไปอย่างไม่มีกำหนด
      
       เริ่มจากอีริคสัน หลังรับไม่ได้กับการแค่ไม่เสนอเอกสารที่เป็นแคตตาล็อกอุปกรณ์เสาอากาศแล้วถูกปรับตก ถึงแม้นายใหญ่จากสวีเดนจะออกมายอมรับว่าผิด แต่กลับบอกว่าความผิดแค่นี้เทียบกับมูลค่าโครงการเกือบ 2 หมื่นล้านบาทแล้วจิ๊บๆมาก (เพราะเรื่องเสาอากาศมูลค่าแค่ 600 ล้านบาทเอง) ไม่น่าจะถูกปรับให้ตกเลย พูดซะดูเหมือนดี อีกหน่อยเวลาเด็กลอกข้อสอบในห้องสักข้อสองข้อ ก็ต้องอ้างว่าทำไมให้ตกวิชานั้น กับอีแค่ลอกข้อสอบข้อสองข้อเทียบกับข้อสอบทั้งหมด 100 ข้อแล้วจิ๊บๆ มาก ไม่เห็นต้องให้สอบตกเลย
       

วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

ดูแลร่างกายให้แข็งแรงในช่วงหน้าหนาว

ต่อให้ฤดูไหน...ร่างกายเราก็พร้อมอยู่เสมอ
      
           นั้นคือ การดื่มน้ำให้มากกว่าวันละ 8 แก้ว อาจจะจิบน้ำบ่อยๆระหว่างวัน  เพราะช่วงหน้าหนาวนั้นร่างกายของคนเราจะสูญเสียน้ำมากกว่าปกติถึงแห้งเร็ว ซึ่งนั้นเป็นสาเหตุที่จะทำให้ผิวหนังแห้งเร็วและที่สำคัญเซลล์สมองของเราจะเหี่ยว  
            นอกจากเราจะดื่มน้ำเป็นประแล้ว เราก็ควรดื่มน้ำอุ่นๆ หรือเครื่องดื่มอุ่นๆ อย่างชาสมุนไพรจากธรรมชาติ เช่น ชากุหลาบ ชาแอปเปิ้ล ชาบลูเบอรี่ ชาเกสรบัวที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ แต่เครื่องดื่มที่ต้องหลีกเลี่ยงในช่วงอากาศแบบนี้ คือ กาแฟและเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เพราะ กาเฟอีนไปกระตุ้นการขับปัสสาวะให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น
         อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ “การออกกำลังกาย” ไม่ว่าจะในฤดูไหนก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อสุขภาพร่างกาย การเลือกการออกกำลังให้ถูกวิธี บวกกับการรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการมากนัก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มาจากธรรมชาติที่แท้จริง ข้อดีอีกอย่างของการออกกำลังกายก็คือการผ่อนคลายและ ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารความสุขที่สามารถ ป้องกันโรคซึมเศร้าได้
      แต่มีชาอีกชนิดหนึ่งที่อยากแนะนำชาหม่อน ซึ่งเป็นชาที่ได้จากใบหม่อน มีข้อมูลระบุว่า มีสรรพคุณทางด้านโภชนาการ 
     คนไทยเพิ่งรู้จักนำหม่อนมาทำเป็นชาเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากปล่อย ให้เป็นอาหารของตัวไหม แต่เพียงผู้เดียว มาตั้งนาน จากข้อมูลระบุว่าหม่อน มีแร่ธาตุและวิตามินที่เป็นประโยชน์ เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี
จากรายงานของ Preventive Effect of Mulberry leaves on Adult diseases (ข้อมูลจาก ม.เกษตรศาสตร์)

วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

เริ่มต้นปีใหม่ ปี 2011 ด้วยการมีสตินะครับ

วันนี้ เราจะมารู้วิธี การทำสมาธิกันนะครั
   Image

วิธีทำสมาธิเบื้องต้น
Image
พระธรรมโกศาจารย์ (ท่านเจ้าคุณพุทธทาส อินทปัญโญ)
 
ในกรณีปกติให้นั่งตัวตรง
(กระดูกสันหลังจรดกันสนิทเต็มหน้าตัดของมันทุกๆข้อ)
๑. ศรีษะตั้งตรงตามองไปที่ปลายจมูกให้อย่างยิ่งจนไม่เห็นสิ่งอื่น จะเห็นหรือไม่เห็นอะไรหรือไม่ก็ตามขอให้จ้องมองเท่านั้น พอชินเข้าจะได้ผลดีกว่าหลับตา และไม่ชวนง่วงนอนได้ง่ายด้วย โดยเฉพาะคนขี้ง่วงให้ทำอย่างลืมตานี้แทนหลับตา ทำไปเรื่อยๆ ตามันจะหลับของมันเองในเมื่อถึงขั้นที่มันจะต้องหลับ หรือจะทำอย่างหลับตาเสียตั้งต่ต้นก็ตามใจ แต่วิธีที่ลืมตานั้นจะมีผลดีกว่าหลายอย่าง แต่ว่าสำหรับบางคนรู้สึกว่าทำยาก โดยเฉพาะพวกที่ยึดถือในการหลับตาย่อมไม่สามารถทำอย่างลืมตาได้เลย 
๒. มือปล่อยวางไว้บนตักซ้อนกันตามสบาย ขาขัดหรือซ้อนกันโดยวิธีที่จะช่วยยันน้ำหนักตัวให้นั่งได้ถนัดและล้มยาก ขาขัดอย่างซ้อนกันธรรมดา หรือจะขัดไขว้กันนั้นแล้วแต่จะชอบหรือทำได้ คนอ้วนจะขัดขาไขว้กันอย่างที่เรียกว่า ขัดสมาธิเพชรนั้น ทำได้ยากและไม่จำเป็น ขอแต่ให้นั่งคู้ขาเข้ามา เพื่อรับน้ำหนักตัวให้สมดุลล้มยากก็พอแล้ว ขัดสมาธิอย่างเอาจริงเอาจัง ยากๆแบบต่างๆ นั้น ไว้สำหรับเมื่อจะเอาจริงอย่างโยคีเถิด 
๓. ในกรณีพิเศษสำหรับคนป่วยคนไม่ค่อยสบายหรือแม้แต่คนเหนื่อย จะนั่งอิงหรือนั่งเก้าอี้หรือเก้าอี้ผ้าใบสำหรับเอนทอดเล็กน้อย หรือนอนเลย สำหรับคนเจ็บไข้ก็ทำได้ ทำในที่ไม่อับอากาศ หายใจได้สบายไม่มีอะไรกวนใจเกินไป 
๔. เสียงอึกทึกที่ดังสม่ำเสมอ และไม่มีความหมายอะไร เช่น เสียงคลื่น เสียงโรงงาน เหล่านี้ไม่มีอุปสรรค เว้นแต่จะไปยึดถือเอาว่าเป็นอุปสรรคเสียเอง เสียงที่มีความหมายต่างๆ เช่น เสียงคนพูดกันนั้นเป็นอุปสรรคแก่ผู้หัดทำ ถ้าหาที่เงียบเสียงไม่ได้ ก็ให้ถือว่าไม่มีเสียงอะไร ตั้งใจทำไปก็แล้วกัน มันจะค่อยได้เอง 
๕. ทั้งที่ตามองเหม่อดูปลายจมูกอยู่ก็สามารถรวม ความนึกหรือความรู้สึก หรือเรียกภาษาวัดว่า สติ ไปกำหนดจับอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกของตัวเองได้ คนที่ชอบหลับตา ก็หลับตาแล้วตั้งแต่ตอนนี้ คนที่ชอบลืมตาลืมไปได้เรื่อยจนมันค่อยๆหลับของมันเองเมื่อเป็นสมาธิมากขึ้นๆ 
๖. เพื่อจะให้กำหนดได้ง่ายๆ ในขั้นแรกหัด ให้พยายามหายใจให้ยาวที่สุดที่จะยาวได้ด้วยการฝืนทั้งเข้าและออกหลายๆครั้งเสียก่อน เพื่อจะได้รู้ของตัวเองให้ชัดเจนว่าลมหายใจที่มันลากเข้าลากออกเป็นทางอยู่ภายในนั้น มันลากถูหรือกระทบอะไรบ้าง ในลักษณะอย่างไร และกำหนดได้ง่ายๆ ว่ามันไปรู้สึกว่าสุดลงที่ตรงไหนที่ในท้อง โดยเอาความรู้สึกที่กระเทือนนั้นเป็นเกณฎ์พอเป็นเครื่องกำหนดง่ายๆ เท่าที่จะกำหนดได้